http://www.voathai.com/archive/lifestyle/latest/1821/1823.html วิถีชีวิต การศึกษา http://www.voanews.com/img/voa/rssLogo_VOA.gif http://www.voathai.com/archive/lifestyle/latest/1821/1823.html th-TH Copyright 2010-วอยซ์ ออฟ อเมริกา 60 Thu, 28 Aug 2014 17:27:20 +0700 Pangea CMS – VOA การรณรงค์ที่กำลังแพร่สะพัดทางสื่อสังคมออนไลน์ไปทั่วอเมริกาและประเทศไทยในเวลานี้ คือ Ice Bucket Challenge เป้าหมายของการรณรงค์นี้คือการหาเงินทุนให้กับการวิจัยและการค้นคว้าหาทางบำบัดรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือย่อๆ ว่า ALS กิจกรรม Ice Bucket Challenge คือการนำน้ำเย็น ซึ่งอาจมีน้ำแข็งผสมอยู่ด้วยมารดหัวตนเอง แต่ก่อนจะทำเช่นนั้น ผู้ประกอบกิจกรรมจะต้องระบุชื่อคนที่ตนท้าทายให้ทำอย่างเดียวกันภายในเวลา 24 ชั่วโมงไว้ด้วย ถ้าผู้ถูกท้า ไม่ทำตามคำท้าก็จะต้องบริจาคเงินให้กับองค์กรที่กำลังทำงานค้นคว้าวิจัยหาทางบำบัดรักษาโรคร้ายนี้ แต่ถ้ายอมทำตามคำท้า เงินที่ต้องบริจาคจะลดน้อยลง แต่ต้องโพสต์วิดีโอไว้ให้ดูเป็นพยานหลักฐานด้วย Barbara Newhouse ผู้บริหารงานสมาคม ALS ของอเมริกา บอกว่า ในขณะนี้ สมาคมฯ ได้รับเงินบริจาคจากการรณรงค์แล้วราวๆ 23 ล้านดอลล่าร์ เธอให้ความเห็นว่า สื่อสังคมออนไลน์กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในวงการหาเงินบริจาค และว่า ความท้าทายที่สมาคมฯกำลังเผชิญในเวลานี้ คือการจัดสรรเงินที่ได้รับบริจาคมาให้เหมาะสมกับงานที่ตั้งเป้าไว้ http://www.voathai.com/content/als-ice-bucket-challenge-nm/2422923.html http://www.voathai.com/content/als-ice-bucket-challenge-nm/2422923.html Thu, 21 Aug 2014 09:08:23 +0700 วิถีชีวิต สื่อสังคมออนไลน์กำลังตื่นเต้นกับกิจกรรมระดมทุนช่วยผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือ ALS ผ่านคำท้าที่มากับถังน้ำแข็งเรียกว่า "Ice Bucket Challenge" http://www.voathai.com/media/video/2422852.html http://www.voathai.com/media/video/2422852.html Wed, 20 Aug 2014 09:06:00 +0700 วิถีชีวิตวีดีโอ นิตยสาร Time Magazine รายงานว่า Ice Bucket Challenge ระดมทุนได้กว่า 15 ล้านดอลลาร์สำหรับโรค ALS อย่างรวดร็ว หลังคนดังและบุคคลทั่วไปใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเวทีการท้าเพื่อนๆ เล่นเกมส์ราดน้ำเย็นรดศีรษะตนเอง ตอนนี้ผู้ร่วมเล่นมีทั้ง Mark Zuckerberg และ Cristiano Ronaldo ไปจนถึง Stephen Spielberg และ Lady Gaga นอกจากนั้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในอเมริกาก็มีคนตามที่สาธารณะอัดคลิปราดน้ำเย็นใส่ตนเองและท้าเพื่อนให้ทำตามภายใน 24 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นต้องบริจาคเงินช่วยผู้ป่วย ALS โรค ALS เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของร่างกายเช่นกล้ามเนื้อ หลายคนรู้จักในชื่อ Lou Gehrig’s Disease อย่างไรก็ตามที่มาของกระแสนี้ไม่เกี่ยวกับโรค ALS เพราะเริ่มมาจากนักกอล์ฟ Chris Kennedy จากเมือง Sarasota รัฐฟลอริด้า ที่เพื่อนของเขาท้าให้เขาราดน้ำเย็นจัดใส่ตนเองเพื่อองค์การกรกุศลอื่น แต่ต่อมาเขาขยายผลไปสู่กลุ่มเพื่อน และในการส่งต่อคำท้า Chris Kennedy ได้ระบุถึงองค์กรเกี่ยวกับโรค ALS เพราะเขามีญาติป่วยเป็นโรคนี้ โปรดติดตามรายละเอียดจากคลิปเรื่องนี้ในรายการข่าวสดสายตรงจากวีโอเอ รายงานโดย Time Magazine /เรียบเรียงโดย Rattaphol Onsanit http://www.voathai.com/content/ice-bucket-challenge-ro/2418029.html http://www.voathai.com/content/ice-bucket-challenge-ro/2418029.html Tue, 19 Aug 2014 09:00:29 +0700 วิถีชีวิต นักศึกษาจากทวีปอาฟริกานิยมไปเรียนต่อในประเทศจีนกันมากขึ้นหลังจากทางการจีนมอบทุนการศึกษาแก่ชาวอาฟริกาในหลายสาขาซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาทวีปอาฟริกา ในนครเซี่ยงไฮ้ Violet Bwalya อายุ 19 ปีนักศึกษาชาวเเซมเบียนั่งอยู่ในร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย Tongji มหาวิทยาลัยระดับเเนวหน้าแห่งหนึ่งของจีน ตอนนี้เป็นช่วงพักรับประทานอาหารกลางวัน โรงอาหารในมหาวิทยาลัยมีอาหารจีนหลากหลายอย่างให้เลือกเเต่นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งคนนี้จะนำอาหารที่ปรุงเองมารับประทานเป็นส่วนใหญ่ Bwalya สมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Tongji ในเดือนกันยายนปีที่แล้วภายใต้ทุนการศึกษาจากรัฐบาลจีน เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะได้พบกับนักศึกษาจากทวีปอาฟริกาที่ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลจีนคนอื่นๆ อีกจำนวนมาก เธอกล่าวว่าไม่คิดว่าจะมีนักศึกษาจากทวีปอาฟริกาในจีนมากขนาดนี้ เธอยอมรับว่าตอนมาใหม่ๆ เธอรู้สึกประหลาดใจมาก เธอยังทึ่งในความก้าวหน้าของประเทศจีนด้วย เธอกล่าวว่าจีนมีระบบสาธารณูปโภคที่ก้าวหน้า มีถนนหนทาง ทุกอย่างน่าทึ่งมาก เธอบอกว่าประเทศเเซมเบียบ้านเกิดของเธอแทบไม่มีตึกสูงให้เห็นเลย เช่นเดียวกับนักศึกษาชาวอาฟริกาคนอื่นๆ ที่ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลจีน Violet Bwalya จะต้องเรียนภาษาจีนในช่วงปีแแรก หลังจากนั้นจะเข้าเรียนในอีกมหาวิทยาลัียอีกแห่งหนึ่งเพื่อเรียนในสาขาการเเพทย์ซึ่งเป็นวิชาเอก วิชาทุกวิชาที่เธอต้องเรียนจะสอนเป็นภาษาจีนกลาง บรรดานักศึกษาจากทวีปอาฟริกาที่ศึกษาในประเทศจีนมานานหลายปีแล้วชี้ว่าอุปสรรคด้านภาษาอาจจะทำให้การเรียนต่อในสาขาวิชาที่ต้องการเรียนมีความหมายเเค่ขั้นตอนของการได้รับในรับรองการศึกษาเท่านั้น นักศึกษาชาวยูกันดาคนหนึ่งในเมืองหวู่ฮั่น ตอนกลางของประเทศจีนกล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอโดยไม่ประสงค์จะออกนามว่าปัญหาใหญ่ที่สุดที่นักศึกษาต่างชาติประสบในการเดินทางมาศึกษาด้านภาษาอังกฤษในประเทศจีนคือการขาดแคลนอาจารย์ผู้สอนชาวจีนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เขากล่าวว่าอาจารย์ผู้สอนของเขาไม่สามารถตอบคำถามของเขาได้เพราะไม่พูดภาษาอังกฤษเเละตัวเขาเองก็พูดภาษาจีนได้ไม่คล่องเเละเพื่อนนักศึกษาคนอื่นพากันบ่นว่านักศึกษาชาวอาฟริกาสอบผ่านได้อย่างง่ายดาย ส่วนนักศึกษาชาวยูกันดาอีกคนหนึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าในยูกันดา นักศึกษาต้องเรียนหนักเพื่อให้ได้เกรดดีดี ไม่มีใครได้เกรดดีจากการเเค่เข้าเรียนสม่ำเสมอหรือเข้าห้องสอบเท่านั้น เเต่ในประเทศจีน อาจารย์ให้เกรดดีมากเเก่นักศึกษาต่างประเทศอย่างง่ายดายเพราะคิดว่านักศึกษาต่างชาติอยากได้เกรดดีดีเพราะจะได้กลับบ้านเกิดหลังจากเรียนจบ อย่างไรก็ดี มีนักศึกษาชาวอาฟริกันหลายคนที่บอกว่ามีประสบการณ์ที่ดีจากการเรียนต่อในประเทศจีน Juma Salum มาจากประเทศแทนซาเนีย กำลังเรียนต่อระดับปริญญาเอกทางด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย International Studies University ในเมืองเซี่ยงไฮ้ นอกจากต้องปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่หนาวเย็นแล้ว นักศึกษาชายคนนี้บอกว่าสนุกกับวิชาที่เรียนและวางแผนจะกลับบ้านเกิดหลังเรียนจบเพื่อพัฒนาประเทศของตน เขาบอกว่าต้องการกลับไปทำงานรับใช้รัฐบาลในบ้านเกิด รับใช้สังคมและเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชาวแทนซาเนีย ชาวอาฟริกากับชาวจีน เมื่อสองปีที่แล้ว สำนักงานความช่วยเหลือด้านต่างประเทศของจีนแห่งกระทรวงพาณิชย์ชี้ว่าให้ทุนเเก่นักศึกษาจากทวีปอาฟริกาถึง 27,000 คน และได้เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 35,000 คน เมื่อปลายปีผ่านมา http://www.voathai.com/content/africa-student-in-china-tk/2416630.html http://www.voathai.com/content/africa-student-in-china-tk/2416630.html Mon, 18 Aug 2014 08:36:12 +0700 วิถีชีวิต Pham Minh Dap หนึ่งในผู้ก่อตั้งกล่าวว่า เนื่องจากมีความต้องการมากในที่สุดแล้วอาจต้องระดมทุนอย่างจริงจังเพื่อขยับขยายโรงเรียน คนขายลูกโป่งในเวียดนามสองพี่น้องริเริ่มโครงการสอนภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นฟรีให้คนรายได้น้อย ในกรุงฮานอย ตอนนี้มีคนรอคิวขอเป็นลูกศิษย์นับพันคน แต่มีห้องเรียนแค่ 4 ห้องเท่านั้น โรงเรียนแห่งนี้ซึ่งมีชื่อว่า Stand by You มีค่าใช้จ่ายคิดเป็นเงินไทยราวๆ 15,000 บาท ต่อเดือน เงินบำรุงโรงเรียนมาจากเงินขายลูกโป่งและรายได้จากการสอนพิเศษคนเวียดนามที่มีฐานะดี Pham Minh Dap หนึ่งในผู้ก่อตั้งกล่าวว่า เฉพาะภาษาญี่ปุ่น มีการเรียนการสอน 26 กลุ่ม ทั้งนี้ Stand by You มีนักเรียนทั้งหมด 600 คน เนื่องจากมีความต้องการมากในที่สุดแล้วอาจต้องระดมทุนอย่างจริงจังเพื่อขยับขยายโรงเรียน สถาบันแห่งนี้ได้อาสาสมัครประมาณ 10 คนมาช่วยสอนภาษาต่างประเทศ โดยที่หนึ่งในอาสาสมัคร คุณ Tan Khanh Huyen กล่าวว่าที่ได้ทำกิจกรรมนี้เป็นเหมือนการตอบแทนสังคม แม้เศรษฐกิจเวียดนามจะโตเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังมีคนอีกมากที่มีรายได้น้อย และหนทางที่จะสามารถลืมตาอ้าปากได้คือการได้ทำงานดีๆ หากว่ามีทักษะเหมาะสม ซึ่งรวมถึงความสามารถด้านภาษาด้วย โปรดติดตามรายละเอียดจากคลิปเรื่องนี้ในรายการข่าวสดสายตรงจากวีโอเอ รายงานโดย Marianne Brown/เรียบเรียงโดย Rattaphol Onsanit http://www.voathai.com/content/vietnam-ro/2414117.html http://www.voathai.com/content/vietnam-ro/2414117.html Fri, 15 Aug 2014 09:24:53 +0700 วิถีชีวิตnoreply@voanews.com (Marianne Brown) ผู้สื่อข่าว Rosanne Skirble พาไปรู้จักชีวิตใต้ทะเลที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสมิธโซเนี่ยนในกรุงวอชิงตัน http://www.voathai.com/media/video/2412778.html http://www.voathai.com/media/video/2412778.html Thu, 14 Aug 2014 04:23:00 +0700 วิถีชีวิตวีดีโอ หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ของสหรัฐรายงานว่า งานที่เป็นที่ต้องการมากสำหรับบริษัทเทคโนโลยีและได้เงินเดือนมากขณะนี้คือสายที่เรียกว่า Data Scientist หรือนักวิทยาศาสตร์ด้านการประมวลข้อมูล หลายคนที่ทำงานด้านนี้เรียนจบปริญญาเอกเกี่ยวกับการคำนวณ และหากมีประสบการณ์ประมาณสองปีที่ตรงสายงาน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเหล่านี้อาจทำรายได้ 200,000 ถึง 300,000 ดอลลาร์ หรือเกือบ 10 ล้านบาทต่อปี ที่งานด้านนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากก็เพราะ บริษัทต่างๆ ต้องการคนที่สามารถดึงข้อมูลจากที่ต่างๆ นับล้านๆข้อมูล เช่นจากการ Like บน Facebook มาสร้างสูตรที่สามารถทำนายพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ มหาวิทยาลัยหลายแห่งเล็งเห็นการขาดแคลนผู้มีทักษะด้านนี้ และจัดทำหลักสูตร Data Science ในบรรดามหาวิทยาลัยเหล่านั้นประกอบด้วย มหาวิทยาลัย Columbia และ University of Virginia เป็นต้น นอกจากนั้น Ohio State University ก็กำลังนำเสนอหลักสูตรเช่นนี้เหมือนกัน โปรดติดตามรายละเอียดจากคลิปเรื่องนี้ในรายการข่าวสดสายตรงจากวีโอเอ รายงานโดย Wall Street Journal /เรียบเรียงโดย Rattaphol Onsanit http://www.voathai.com/content/education-news-ro-12aug14/2411592.html http://www.voathai.com/content/education-news-ro-12aug14/2411592.html Wed, 13 Aug 2014 09:21:05 +0700 วิถีชีวิต โรงเรียนประถม Christian Alliance Toi Shan ของฮ่องกง เสริมการสอนนักเรียนที่เป็นโรค autism, hyperactivity รวมทั้งสมาธิสั้นด้วยวิชาปลูกต้นไม้ โครงการนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ปกครองของเด็กๆ อาจารย์ที่มีบทบาทสำคัญคือ Connie Fung เธอบอกว่า การรดน้ำ พรวนดิน ตัดแต่งใบไม้ ทำให้เด็กๆ เหล่านี้พัฒนาทักษะทั้งด้านกายภาพ และทางอารมณ์ เช่นจดจ่อกับกิจกรรมที่ทำได้นานขึ้น นอกจากนั้นเด็กๆ ยังสามารถสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างได้ดีขึ้น รวมทั้งเข้าสังคมได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย ส่วนการพัฒนาทักษะทางสายตา และการใช้มือนั้นอาจารย์ใช้กิจกรรมเรียงเมล็ดพันธุ์พืชเป็นเครื่องช่วย ทั้งนี้วิธีเสริมพัฒนาการของเด็ก autistic และโรคอื่นๆ นั้นมีในประเทศอื่นๆ ในเอเชียด้วย เช่นเกาหลีใต้และ ญี่ปุ่น สำหรับในฮ่องกงมีเครือข่ายที่อาจารย์ Connie Fung เป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกกว่า 300 คนแล้ว โปรดติดตามรายละเอียดจากคลิปเรื่องนี้ในรายการข่าวสดสายตรงจากวีโอเอ รายงานโดย South China Morning Post /เรียบเรียงโดย Rattaphol Onsanit http://www.voathai.com/content/education-news-ro-5aug14/1972498.html http://www.voathai.com/content/education-news-ro-5aug14/1972498.html Wed, 06 Aug 2014 09:25:23 +0700 วิถีชีวิต นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Oxford กล่าวว่า หากเด็กเล่นวิดีโอเกมส์วันละครึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น จะทำให้เด็กเข้าสังคมและปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่าเด็กที่ไม่เล่นเกมส์เลยหรือเล่นเกมส์หลายชั่วโมงต่อวัน งานวิจัยครั้งนี้ มีกลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กอังกฤษ 5,000 คน อายุระหว่าง 10 ถึง 15 ปี อย่างไรก็ตามอิทธิพลของวิดีโอเกมส์ทั้งด้านบวกและด้านลบ ยังไม่เทียบเท่าปัจจัยจากการเลี้ยงดูและสถานภาพทางเศรษฐกิจของครอบครัว ขณะที่งานวิจัยโดยมหาวิทยาลัย Dartmouth ของสหรัฐ พบว่าเด็กที่เล่นวิดีโอเกมส์ที่รุนแรง มีแนวโน้มพฤติกรรมที่ก้าวร้าว การใช้สารเสพติด และความเสี่ยงที่จะมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ งานวิจัยชิ้นนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Personality and Social Psychology นักวิเคราะห์คาดว่าอุตสาหกรรมวิดีโอเกมส์ทั่วโลกอาจมีขนาดโตมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ในอีก 3 ปีจากนี้ รายงานโดย Faith Lapidus /เรียบเรียงโดยรัตพล อ่อนสนิท โปรดติดตามรายละเอียดจากคลิปเรื่องนี้ในรายการข่าวสดสายตรงจากวีโอเอ http://www.voathai.com/content/video-games-ro/1971686.html http://www.voathai.com/content/video-games-ro/1971686.html Tue, 05 Aug 2014 08:40:30 +0700 วิถีชีวิต ในช่วงต้นของความสัมพันธ์ของคนสองคน ไม่ว่าอีกคนจะทำอะไรก็ดูดี แม้กระทั่งข้อเสียต่างๆ ของคู่รักก็ดูเหมือนจะถูกมองข้ามไปอย่างง่ายดาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป นิสัยที่เคยหลงใหลได้ปลื้มกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้อีกคนหัวเสียอยู่เป็นประจำ เช่นจากเคยชอบที่คู่รักของเราเป็นคนตลก เมื่อนานเข้าก็กลายเป็นว่ามุขตลกนั้นช่างไม่ถูกกาลเทศะเอาเสียเลย ในรายงานที่ตีพิมพ์อยู่ใน Wall Street Journal ดร.Paul Schrodt แห่งภาควิชาการสื่อสาร Texas Christian University บอกว่าความสัมพันธ์ในลักษณะนี้เรียกว่า “Fatal Attraction” หรือแรงดึงดูดอันตราย ซึ่งมักเกิดขึ้นกับกับคู่รักที่นิสัยแตกต่างกัน เช่นคนที่นิสัยเงียบขรึมขอบเก็บตัว อาจชอบในบุคลิกลักษณะที่เป็นคนเปิดเผย ชอบการเข้าสังคมหรือชอบสังสรรค์ของอีกคนหนึ่ง แต่เมื่อคบกันนานเข้าก็อาจเบื่อนิสัยการชอบสังคมของเขาไป ซึ่งดร.Paul Schrodt เรียกแรงดึงดูดแบบนี้ว่าแรงดึงดูดตรงกันข้าม ซึ่งมักเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาเปลี่ยนไป ดร.Schrodt ชี้ว่าลักษณะนิสัยทุกอย่างนั้นมีทั้งด้านดีและด้านเสีย เช่นคนที่ทำงานเก่งอาจเป็นคนบ้างานหรือ workaholic คนที่มีความมั่นใจอาจเป็นคนหยิ่งยะโส คนที่อ่อนหวานเอาใจใส่อาจเป็นคนอ่อนไหวในอารมณ์ ซึ่งปกติแล้วคนเรามักจะหลงใหลในด้านดีของลักษณะนิสัยต่างๆ นั้น และมักมองข้ามด้านเสียไปในช่วงแรก นักวิจัยอีกคนหนึ่ง คือดร.Diane Felmlee แห่งภาควิชาสังคมวิทยา Penn State University ผู้เริ่มใช้คำว่า “Fatal Attraction” จัดบุคลิกที่ถือเป็นแรงดึงดูดอันตรายนี้แยกเป็น 3 ประเภท หนึ่งคือบุคลิกตลกโปกฮาที่ต่อมากลายเป็นความโง่เขลา สองคือบุคลิกที่เข้มแข็งแต่ต่อมามองว่าเป็นการควบคุมจัดการ และสามบุคลิกที่เป็นธรรมชาติซึ่งกลายเป็นความไม่แน่นอนยากจะคาดเดา ดร.Diane Felmlee บอกว่าระยะเวลาที่บุคลิกเหล่านี้เปลี่ยนไปในความรู้สึกของคู่รักนั้นสั้นยาวไม่เท่ากัน คืออาจจะเร็วเพียง 6 เดือนหรืออาจยาวนานหลายปี แต่ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นหลังจากมีบุตร หรือมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต นักวิจัยผู้นี้ยกตัวอย่างความสัมพันธ์ที่จืดจางลงอันเนื่องมาจากแรงดึงดูดอันตรายนี้ 5 แบบด้วยกัน หนึ่งคือความสัมพันธ์ที่เรียกว่า “เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน” หมายความว่าในตอนแรกทั้งสองฝ่ายต่างแสดงให้เห็นแต่ด้านดีของตน ต่อมาเมื่อรู้จักกันนานเข้าจึงเริ่มเรียนรู้ข้อเสียของอีกฝ่ายหนึ่ง สองคือ “องุ่นเปรี้ยว” หมายถึงการที่คนหนึ่งต้องการเว้นระยะห่าง แล้วจึงมองว่าอีกฝ่ายทำอะไรก็ดูไม่ดีไปเสียหมด แม้แต่บุคลิกที่ตนเคยชื่นชมก็กลับมองเป็นด้านลบ สามคือความสัมพันธ์ที่เรียกว่า “เลิกทน” หมายความว่าคนหนึ่งพยายามอดทนและมองข้ามข้อเสียของอีกคนหนึ่งทั้งที่รู้ว่ามีอยู่ตั้งแต่แรก จนในที่สุดก็ทนไม่ได้ สี่คือ “ช่วงโปรโมชั่น” ก็คือการที่ฝ่ายหนึ่งพยายามแสดงแต่ด้านดีของตนออกมาในช่วงแรกเพื่อทำให้อีกฝ่ายพอใจ แต่เมื่อนานเข้าก็เริ่มฝืนทำแบบนั้นไม่ได้ หรือไม่อยากจะทำ และตัวอย่างความสัมพันธ์ที่จืดจางแบบที่ห้านั้น เรียกว่า “ยิ่งสนิทยิ่งห่าง” หมายถึงว่าไม่มีใครเปลี่ยน แต่แค่ไม่อยากอยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลาเหมือนตอนแรกๆ เท่านั้น ดร.Diane Felmlee แห่ง Penn State University ยังได้แนะนำวิธีบรรเทาปัญหาความรักหรือแรงดึงดูดจืดจางลงนี้ไว้ด้วย ประการแรกคือต้องยอมรับให้ได้ว่านิสัยทุกอย่างนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย และต้องพยายามรับข้อเสียให้ได้ สองคือการทำความเข้าใจว่าไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ สามคือให้ระลึกอยู่เสมอถึงช่วงเวลาตอนแรกๆ ว่าเคยประทับใจในคู่รักของตนมากแค่ไหน สุดท้ายให้ตระหนักไว้ว่าบุคลิกหรือนิสัยที่คู่รักของคุณเป็นนั้น ได้สร้างความสมดุลให้กับชีวิตคู่และชีวิตครอบครัวมาอย่างยาวนาน ซึ่งอาจยิ่งใหญ่กว่าความรู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องจุกจิกกวนใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านเข้ามา รายงานจากห้องข่าว VOA / เรียบเรียงโดยทรงพจน์ สุภาผล http://www.voathai.com/content/fatal-attraction-ss/1967798.html http://www.voathai.com/content/fatal-attraction-ss/1967798.html Wed, 30 Jul 2014 09:04:01 +0700 วิถีชีวิต Bloomberg BusinessWeek รายงานว่านักเรียนต่างชาติที่มาเรียน MBA ในสหรัฐจำนวนมากผิดหวังในเรื่องการหางานในอเมริกา สาเหตุสำคัญคือการขาดทักษะการสื่อสารที่สร้างความประทับใจกับบริษัทอเมริกันในช่วงหางาน รายงานชิ้นนี้ระบุว่ามีนักเรียนต่างชาติราว 500,000 คน เข้ามาเรียนบริหารธุรกิจในสหรัฐอเมริกา และหากดูสถิติ ประมาณ 85% ของนักเรียนต่างชาติต้องการทำงานในประเทศที่ตนเดินมางมาเรียนหนังสือ อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐให้วีซ่าทำงานประเภท H1B แก่นักเรียนต่างชาติเพียงแค่ 85,000 วีซ่าเท่านั้นต่อปี และที่ผ่านมาปีนี้ครึ่งหนึ่งของการยื่นขอวีซ่าประเภทนี้ถูกปฏิเสธ เนื่องจากการหางานในอเมริกาของนักเรียนต่างชาติมีการแข่งขันสูง มหาวิทยาลัยที่สอน MBA หลายแห่งจึงฝึกนักเรียนต่างชาติเรื่องทักษะการสื่อสารเพื่อสร้างความประทับใจแก่บริษัทอเมริกันตั้งแต่เริ่มเรียน โปรดติดตามรายละเอียดจากคลิปเรื่องนี้ในรายการข่าวสดสายตรงจากวีโอเอ รายงานโดย Bloomberg BusinessWeek/เรียบเรียงโดย Rattaphol Onsanit http://www.voathai.com/content/education-news-ro/1967793.html http://www.voathai.com/content/education-news-ro/1967793.html Wed, 30 Jul 2014 08:45:23 +0700 วิถีชีวิต